บทที่  2 หลักทฤษฎีวิวัฒนาการ

โดย วีรศักดิ์  วรฤทธิ์สกุล

 

เมื่อโลกนี้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะนานมาแล้วสักกี่ปี ไม่มีมนุษย์สักคนเดียวในเวลานี้ที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น แต่คำถามที่ยังถามอยู่คือว่า โลกนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? และมนุษย์เรานั้นมาจากไหน?  สำหรับคนที่เชื่อในพระเจ้าจะบอกว่า พระเจ้าสร้างตามเหตุผลในบทเรียนที่ 1 แต่สำหรับคนที่ไม่เชื่อพระเจ้า คำตอบก็คือว่ามันเกิดขึ้นเองโดยหลักทฤษฎีวิวัฒนาการ ส่วนสำหรับคนที่ไม่รู้ก็ให้ศึกษาต่อไป

คนที่ไม่เชื่อในพระเจ้าบอกว่า โลกนี้เกิดมาจากดวงอาทิตย์ แต่แท้ที่จริงกำเนิดของโลกมีมากว่า 20 ทฤษฎี คำว่า ทฤษฎี คือ ข้อสมมติฐานไม่ใช่กฎและความเป็นจริงที่พิสูจน์แล้ว โลกเกิดจากดวงอาทิตย์จริงหรือในเมื่อส่วน ประกอบของโลก  และดวงอาทิตย์ต่างกัน ดาวนพเคราะห์  4  ดวงแรก คือ พุธ ศุกร์ โลก และอังคาร ประกอบด้วยแม็กนีเซียม และซิลิคอนเป็นส่วนใหญ่ แต่พระอาทิตย์มีธาตุเหล่านี้เพียงแค่เศษหนึ่งส่วนสี่ของหนึ่งเปอร์เซ็นต์  (1/4  ของ 1% หรือ 0.25%) คำถามคือ ถ้าหากแม่ของดาวนพเคราะห์เหล่านี้คือ ดวงอาทิตย์ ทำไมลูกที่หลุดออกมาจากมันถึงไม่เหมือนกับแม่? แต่ความจริงก็คือว่า ถึงแม้ว่าโลกจะหลุดมาจากดวงอาทิตย์ คำถามที่ไม่มีคำตอบก็คือว่า แล้วดวงอาทิตย์มาจากไหน? ที่ถามคำถามเหล่านี้เพื่อให้เรารู้ว่า วิทยาศาสตร์ไม่มีคำตอบ แต่นักวิทยาศาสตร์ในคราบนักปรัชญามีคือ เกิดขึ้นเองและสนับสนุนด้วยข้อสมมติฐานอีก 20 กว่าทฤษฎีที่ขัดกันเอง นี่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์เพราะไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นจริงได้

ส่วนคำถามที่ว่ามนุษย์มาจากไหน? คนที่ไม่เชื่อพระเจ้าเชื่อว่า สิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นมาโดยบังเอิญ แต่ในบท เรียนที่ 1 ได้ให้เหตุผลแล้วว่า สิ่งมีชีวิตจะต้องมาจากสิ่งที่มีชีวิต จะเกิดมาจากสิ่งไม่มีชีวิตโดยบังเอิญไม่ได้ พวกนักวิวัฒนาการยังสอนต่อไปอีกว่า สิ่งที่มีชีวิตแรกซึ่งเป็นสัตว์เซลล์เดียววิวัฒนาการต่อ ๆ มาเป็นสัตว์ชนิดอื่น ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นจริงไม่ได้ เป็นแต่เพียงข้อสมมติฐานที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์

การที่พิสูจน์ให้เห็นว่าสัตว์ชนิดหนึ่งสามารถเปลี่ยนไปอีกชนิดหนึ่งได้นั้น เช่น สุนัขเป็นลิง นักวิวัฒนาการต้องพึ่งกลไกที่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางโครโมโซม ซึ่งเป็นตัวกำหนดกรรมพันธุ์ กลไกนี้ นักวิวัฒนาการ  เรียกว่า  มิวเทชัน   ดังนั้นถ้าหากนักวิวัฒนาการมีกลไกนี้  พวกเขาจะสามารถพิสูจน์ให้เห็นจริงว่า  มีการเปลี่ยนจากชนิดหนึ่งไปเป็นอีกชนิดหนึ่ง  แต่ความจริงที่นักวิวัฒนาการเหล่านี้ไม่ยอมบอกก็คือว่า  ล่อเป็นหมันไม่สามารถสืบพันธุ์ชนิดของมันต่อไป  เพื่อที่จะเกิดชนิดใหม่ได้...ถึงทางตัน   และมากยิ่งกว่านั้นสัตว์ที่เกิดมาจาก มิวเทชัน ส่วนใหญ่จะตาย ฉะนั้นนักวิวัฒนาการตกม้าตาย เพราะไม่มีกลไกที่จะใช้พิสูจน์ได้ว่ามีการเปลี่ยนข้ามชนิด

ถ้าหากคำว่า วิวัฒนาการ หมายถึงแต่เพียงการเปลี่ยนแปลง เราที่เป็นคริสเตียนก็ยอมรับได้ การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ตั้งแต่ตอนเราเป็นทารกในครรภ์จนถึงเดี๋ยวนี้ แต่เราก็ยังเป็นมนุษย์อยู่ ความเป็นมนุษย์นั้นกำหนดไว้แล้ว ตั้งแต่อสุจิและไข่ผสมกัน ถึงแม้ว่าตอนอยู่ในครรภ์จะดูเหมือนลูกลิงแต่ว่านั่นไม่ใช่ลิง มนุษย์ย่อมเป็นมนุษย์ มนุษย์สืบพันธุ์กับมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ใดก็ยังย่อมเป็นมนุษย์ จะกลายเป็นลิงไม่ได้ สุนัขผสมพันธุ์กับสุนัขถึงแม้จะมีพันธุ์ใหม่หรือชนิดใหม่แต่ก็ยังเป็นสุนัขมันไม่ได้กลายเป็นลิงหรือสัตว์ประเภทใหม่การเปลี่ยนแปลงภายในชนิดของมันเองมีและเรายอมรับ  แต่ไม่ใช่เปลี่ยนจากชนิดหนึ่งไปเป็นอีกชนิดหนึ่งซึ่งใหม่  ถ้าเป็นก็เป็นได้แต่ล่อ  ที่เป็นหมันเท่านั้น

มนุษย์ดึกดำบรรพ์มีไหม? หรือนักวิวัฒนาการพยายามปั้นน้ำให้เป็นตัว คำตอบคือมนุษย์เหล่านี้ไม่มีตัวตน มีอยู่ในจินตนาการของนักวิวัฒนาการเท่านั้น มนุษย์ปักกิ่งที่เอามาอวด ๆ กันนั้น มีแต่รูปปั้น แต่ไม่มีหลักฐานสักชิ้นเดียวที่จะพิสูจน์ มนุษย์ชวามีแต่กะโหลกศีรษะที่เป็นแต่หัวเข่าช้าง สิ่งที่เราควรจะถามก็คือว่า ถ้าหากเราพบแค่ฟัน เราจะสามารถบอกได้หรือว่า คนนี้ต้องแขนยาว ขายาว เหมือนลิง จากฟันเพียงซี่เดียวจะรู้หรือว่าต้องมีขนยาว  การที่นักโบราณคดีขุดพบกระดูกคนหลังค่อม ไม่ได้หมายความว่าเป็นมนุษย์โบราณเพียงแต่พิสูจน์ว่า กระดูกที่ค้นพบเป็นกระดูกของคนที่เป็นโรคกระดูกสันหลัง การที่เขาขุดค้นพบว่า กะโหลกศีรษะตั้งเหมือนลิงไม่ได้พิสูจน์ว่ามนุษย์โบราณเป็นเช่นนั้น ทุกวันกะโหลกศีรษะที่ตั้งชันเหมือนลิงมีมากมาย มนุษย์โบราณเหล่านี้ ไม่มีอะไรมากไปกว่าความเพ้อฝันที่สร้างขึ้นมาเพื่อจะพิสูจน์ว่า มนุษย์นั้นวิวัฒนาการมาจากสัตว์ที่คล้ายคลึงกับลิง เพื่อจะสนับสนุนหลักวิวัฒนาการที่พิสูจน์ไม่ได้เท่านั้นเอง

ขอให้ทุกคนรู้ด้วยว่า หลักวิวัฒนาการตั้งอยู่บนข้อสมมติฐานที่ยังไม่ได้พิสูจน์ คือ

หนึ่ง       สิ่งไม่มีชีวิตให้กำเนิดสิ่งมีชีวิต

สอง        ไวรัส แบคทีเรีย พืช และสัตว์สัมพันธ์กัน

สาม        โปรโตซัว (PROTOZOA) ทำให้กำเนิดเมทาซัว (METAZOA)

ี่             ไฟลัมของสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังสัมพันธ์กัน

ห้า           สัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังทำให้กำเนิดสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง

หก          สัตว์มีกระดูกสันหลัง เช่น ปลา เกิดสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำให้กำเนิดสัตว์เลื้อย คลาน  สัตว์เลื้อยคลานให้กำเนิดนก  และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

ทั้งหมดนี้เป็นข้อสมมติฐานที่ยังไม่ได้พิสูจน์ให้เป็นจริงทั้งสิ้น ดังนั้นหลักวิวัฒนาการ เป็นแต่เพียงปรัชญาของทางวิทยาศาสตร์ ที่ขัดกับหลักไบโอเจเนซิส แถมขัดกับหลักฟิสิกส์ คือ หลักเทอร์โมไดนามิก ที่ว่าทุกสิ่งจะเสื่อม แต่นักวิวัฒนาการสอนว่า ทุกอย่างกำลังวิวัฒนาการไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น  แต่ความจริง คือ  สสารทุกสิ่งเสื่อมสภาพลง  ความเสื่อมนี้จะเกิดขึ้นภายในชั่วอายุของมัน  จริงอยู่ที่คนหรือสัตว์จะเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จากเด็กเป็นผู้ใหญ่  แต่ภายในชั่วอายุนั้นจะเสื่อม  ทุกสิ่งจะเสื่อมลงไม่ใช่ดีขึ้นเรื่อย ๆ  ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งหนึ่งไปเป็นอีกสิ่งหนึ่งไม่มี

สิ่งที่เรายังคงต้องถามก็คือว่า แล้วโลกกับมนุษย์และสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นมาได้อย่างไร? ในเมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเองไม่ได้ สัตว์เหล่านี้ไม่สามารถเปลี่ยนชนิดของมัน เพราะไม่มีกลไกหรือระบบช่วยมัน และหลักวิวัฒนาการขัดความจริงที่เราเห็น และรู้โดยทางวิทยาศาสตร์ คนที่ใช้ความคิดจะปฏิเสธหลักวิวัฒนาการ และยอมรับการทรงสร้างของพระเจ้าว่า พระเจ้าทรงเป็นผู้สร้างสิ่งทั้งปวง คนเป็นคน ลิงเป็นลิง และสุนัขเป็นสุนัข แต่ไหนแต่ไรมาตั้งแต่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นมา ไม่มีการวิวัฒนาการเปลี่ยนชนิดแต่อย่างใด

 

คำถามท้ายบทที่ 2

 

ถูกหรือผิด

1. เมื่อโลกเกิดขึ้นมีมนุษย์ปัจจุบันนี้เกิดแล้ว

2. คนที่ไม่เชื่อในพระเจ้า เชื่อในหลักวิวัฒนาการ

3. นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า โลกหลุดมาจากดวงอาทิตย์

4. กำเนิดของโลกและระบบสุริยจักรวาล มีมากว่า 20 ทฤษฎี

5. นักวิวัฒนาการพิสูจน์แล้วว่า สิ่งมีชีวิตแรกมากสิ่งไม่มีชีวิต

6. กลไกที่ช่วยสนับสนุนหลักวิวัฒนาการ คือ มิวเทชัน

7. สัตว์ที่เกิดจากมิวเทชันข้ามชนิด เป็นหมันและตาย

8. การเปลี่ยนแปลงมีอยู่ แต่ว่าเป็นภายในชนิดของมันเอง

9. วัตถุประสงค์ของการสร้างมนุษย์ดึกดำบรรพ์ เพื่อสนับสนุนหลักวิวัฒนาการ

10. หลักวิวัฒนาการเป็นแต่ปรัชญา ไม่ใช่วิทยาศาสตร์

 

 

เติมคำลงในช่องว่าง

1. ผู้ที่เชื่อในพระเจ้าบอกว่า   เป็นผู้ทรงสร้างโลก และจักรวาล

2. ม้าผสมพันธุ์กับลาออกลูกมาเป็น  

3. ล่อจะเป็น  และ  ทำให้การสืบพันธุ์ให้เกิดสัตว์ชนิดใหม่ทำไม่ได้

4. ความเป็นคนกำหนดโดยกรรมพันธุ์ที่เรียกว่า  

5.หลักวิวัฒนาการขัดกับหลักฟิสิกส์ที่เรียกว่า 

คลิ๊กที่นี่เพื่อศึกษาในบทต่อไปครับ