บทที่ 2 หลักทฤษฎีวิวัฒนาการ
เมื่อโลกนี้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะนานมาแล้วสักกี่ปี
ไม่มีมนุษย์สักคนเดียวในเวลานี้ที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น แต่คำถามที่ยังถามอยู่คือว่า
โลกนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? และมนุษย์เรานั้นมาจากไหน? สำหรับคนที่เชื่อในพระเจ้าจะบอกว่า พระเจ้าสร้างตามเหตุผลในบทเรียนที่
1 แต่สำหรับคนที่ไม่เชื่อพระเจ้า คำตอบก็คือว่ามันเกิดขึ้นเองโดยหลักทฤษฎีวิวัฒนาการ
ส่วนสำหรับคนที่ไม่รู้ก็ให้ศึกษาต่อไป
คนที่ไม่เชื่อในพระเจ้าบอกว่า โลกนี้เกิดมาจากดวงอาทิตย์
แต่แท้ที่จริงกำเนิดของโลกมีมากว่า 20 ทฤษฎี คำว่า ทฤษฎี คือ ข้อสมมติฐานไม่ใช่กฎและความเป็นจริงที่พิสูจน์แล้ว
โลกเกิดจากดวงอาทิตย์จริงหรือในเมื่อส่วน ประกอบของโลก และดวงอาทิตย์ต่างกัน ดาวนพเคราะห์ 4
ดวงแรก คือ พุธ ศุกร์ โลก และอังคาร ประกอบด้วยแม็กนีเซียม
และซิลิคอนเป็นส่วนใหญ่ แต่พระอาทิตย์มีธาตุเหล่านี้เพียงแค่เศษหนึ่งส่วนสี่ของหนึ่งเปอร์เซ็นต์ (1/4 ของ 1% หรือ
0.25%) คำถามคือ ถ้าหากแม่ของดาวนพเคราะห์เหล่านี้คือ ดวงอาทิตย์ ทำไมลูกที่หลุดออกมาจากมันถึงไม่เหมือนกับแม่? แต่ความจริงก็คือว่า
ถึงแม้ว่าโลกจะหลุดมาจากดวงอาทิตย์ คำถามที่ไม่มีคำตอบก็คือว่า แล้วดวงอาทิตย์มาจากไหน?
ที่ถามคำถามเหล่านี้เพื่อให้เรารู้ว่า วิทยาศาสตร์ไม่มีคำตอบ
แต่นักวิทยาศาสตร์ในคราบนักปรัชญามีคือ เกิดขึ้นเองและสนับสนุนด้วยข้อสมมติฐานอีก
20 กว่าทฤษฎีที่ขัดกันเอง นี่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์เพราะไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นจริงได้
ส่วนคำถามที่ว่ามนุษย์มาจากไหน? คนที่ไม่เชื่อพระเจ้าเชื่อว่า
สิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นมาโดยบังเอิญ แต่ในบท เรียนที่ 1 ได้ให้เหตุผลแล้วว่า สิ่งมีชีวิตจะต้องมาจากสิ่งที่มีชีวิต
จะเกิดมาจากสิ่งไม่มีชีวิตโดยบังเอิญไม่ได้ พวกนักวิวัฒนาการยังสอนต่อไปอีกว่า สิ่งที่มีชีวิตแรกซึ่งเป็นสัตว์เซลล์เดียววิวัฒนาการต่อ
ๆ มาเป็นสัตว์ชนิดอื่น ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นจริงไม่ได้ เป็นแต่เพียงข้อสมมติฐานที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์
การที่พิสูจน์ให้เห็นว่าสัตว์ชนิดหนึ่งสามารถเปลี่ยนไปอีกชนิดหนึ่งได้นั้น
เช่น สุนัขเป็นลิง นักวิวัฒนาการต้องพึ่งกลไกที่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางโครโมโซม
ซึ่งเป็นตัวกำหนดกรรมพันธุ์ กลไกนี้
นักวิวัฒนาการ เรียกว่า มิวเทชัน
ดังนั้นถ้าหากนักวิวัฒนาการมีกลไกนี้ พวกเขาจะสามารถพิสูจน์ให้เห็นจริงว่า มีการเปลี่ยนจากชนิดหนึ่งไปเป็นอีกชนิดหนึ่ง
แต่ความจริงที่นักวิวัฒนาการเหล่านี้ไม่ยอมบอกก็คือว่า ล่อเป็นหมันไม่สามารถสืบพันธุ์ชนิดของมันต่อไป เพื่อที่จะเกิดชนิดใหม่ได้...ถึงทางตัน
และมากยิ่งกว่านั้นสัตว์ที่เกิดมาจาก มิวเทชัน ส่วนใหญ่จะตาย
ฉะนั้นนักวิวัฒนาการตกม้าตาย เพราะไม่มีกลไกที่จะใช้พิสูจน์ได้ว่ามีการเปลี่ยนข้ามชนิด
ถ้าหากคำว่า วิวัฒนาการ หมายถึงแต่เพียงการเปลี่ยนแปลง
เราที่เป็นคริสเตียนก็ยอมรับได้ การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น
ตั้งแต่ตอนเราเป็นทารกในครรภ์จนถึงเดี๋ยวนี้ แต่เราก็ยังเป็นมนุษย์อยู่ ความเป็นมนุษย์นั้นกำหนดไว้แล้ว ตั้งแต่อสุจิและไข่ผสมกัน ถึงแม้ว่าตอนอยู่ในครรภ์จะดูเหมือนลูกลิงแต่ว่านั่นไม่ใช่ลิง
มนุษย์ย่อมเป็นมนุษย์ มนุษย์สืบพันธุ์กับมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ใดก็ยังย่อมเป็นมนุษย์
จะกลายเป็นลิงไม่ได้ สุนัขผสมพันธุ์กับสุนัขถึงแม้จะมีพันธุ์ใหม่หรือชนิดใหม่แต่ก็ยังเป็นสุนัขมันไม่ได้กลายเป็นลิงหรือสัตว์ประเภทใหม่การเปลี่ยนแปลงภายในชนิดของมันเองมีและเรายอมรับ
แต่ไม่ใช่เปลี่ยนจากชนิดหนึ่งไปเป็นอีกชนิดหนึ่งซึ่งใหม่ ถ้าเป็นก็เป็นได้แต่ล่อ ที่เป็นหมันเท่านั้น
มนุษย์ดึกดำบรรพ์มีไหม? หรือนักวิวัฒนาการพยายามปั้นน้ำให้เป็นตัว คำตอบคือมนุษย์เหล่านี้ไม่มีตัวตน
มีอยู่ในจินตนาการของนักวิวัฒนาการเท่านั้น มนุษย์ปักกิ่งที่เอามาอวด ๆ กันนั้น มีแต่รูปปั้น
แต่ไม่มีหลักฐานสักชิ้นเดียวที่จะพิสูจน์ มนุษย์ชวามีแต่กะโหลกศีรษะที่เป็นแต่หัวเข่าช้าง
สิ่งที่เราควรจะถามก็คือว่า ถ้าหากเราพบแค่ฟัน เราจะสามารถบอกได้หรือว่า
คนนี้ต้องแขนยาว ขายาว เหมือนลิง จากฟันเพียงซี่เดียวจะรู้หรือว่าต้องมีขนยาว การที่นักโบราณคดีขุดพบกระดูกคนหลังค่อม ไม่ได้หมายความว่าเป็นมนุษย์โบราณเพียงแต่พิสูจน์ว่า
กระดูกที่ค้นพบเป็นกระดูกของคนที่เป็นโรคกระดูกสันหลัง การที่เขาขุดค้นพบว่า กะโหลกศีรษะตั้งเหมือนลิงไม่ได้พิสูจน์ว่ามนุษย์โบราณเป็นเช่นนั้น
ทุกวันกะโหลกศีรษะที่ตั้งชันเหมือนลิงมีมากมาย มนุษย์โบราณเหล่านี้ ไม่มีอะไรมากไปกว่าความเพ้อฝันที่สร้างขึ้นมาเพื่อจะพิสูจน์ว่า
มนุษย์นั้นวิวัฒนาการมาจากสัตว์ที่คล้ายคลึงกับลิง เพื่อจะสนับสนุนหลักวิวัฒนาการที่พิสูจน์ไม่ได้เท่านั้นเอง
ขอให้ทุกคนรู้ด้วยว่า
หลักวิวัฒนาการตั้งอยู่บนข้อสมมติฐานที่ยังไม่ได้พิสูจน์ คือ
หนึ่ง สิ่งไม่มีชีวิตให้กำเนิดสิ่งมีชีวิต
สอง ไวรัส แบคทีเรีย พืช และสัตว์สัมพันธ์กัน
สาม โปรโตซัว (PROTOZOA) ทำให้กำเนิดเมทาซัว (METAZOA)
สี่ ไฟลัมของสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังสัมพันธ์กัน
ห้า สัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังทำให้กำเนิดสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง
หก สัตว์มีกระดูกสันหลัง
เช่น ปลา เกิดสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำให้กำเนิดสัตว์เลื้อย คลาน สัตว์เลื้อยคลานให้กำเนิดนก และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
ทั้งหมดนี้เป็นข้อสมมติฐานที่ยังไม่ได้พิสูจน์ให้เป็นจริงทั้งสิ้น
ดังนั้นหลักวิวัฒนาการ เป็นแต่เพียงปรัชญาของทางวิทยาศาสตร์ ที่ขัดกับหลักไบโอเจเนซิส แถมขัดกับหลักฟิสิกส์
คือ หลักเทอร์โมไดนามิก
ที่ว่าทุกสิ่งจะเสื่อม แต่นักวิวัฒนาการสอนว่า ทุกอย่างกำลังวิวัฒนาการไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น แต่ความจริง คือ สสารทุกสิ่งเสื่อมสภาพลง ความเสื่อมนี้จะเกิดขึ้นภายในชั่วอายุของมัน จริงอยู่ที่คนหรือสัตว์จะเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย
ๆ จากเด็กเป็นผู้ใหญ่
แต่ภายในชั่วอายุนั้นจะเสื่อม
ทุกสิ่งจะเสื่อมลงไม่ใช่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งหนึ่งไปเป็นอีกสิ่งหนึ่งไม่มี
สิ่งที่เรายังคงต้องถามก็คือว่า
แล้วโลกกับมนุษย์และสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นมาได้อย่างไร? ในเมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเองไม่ได้
สัตว์เหล่านี้ไม่สามารถเปลี่ยนชนิดของมัน เพราะไม่มีกลไกหรือระบบช่วยมัน และหลักวิวัฒนาการขัดความจริงที่เราเห็น
และรู้โดยทางวิทยาศาสตร์ คนที่ใช้ความคิดจะปฏิเสธหลักวิวัฒนาการ และยอมรับการทรงสร้างของพระเจ้าว่า
พระเจ้าทรงเป็นผู้สร้างสิ่งทั้งปวง คนเป็นคน ลิงเป็นลิง และสุนัขเป็นสุนัข แต่ไหนแต่ไรมาตั้งแต่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นมา
ไม่มีการวิวัฒนาการเปลี่ยนชนิดแต่อย่างใด
คำถามท้ายบทที่ 2
|
ถูกหรือผิด |
|
|
|
1. เมื่อโลกเกิดขึ้นมีมนุษย์ปัจจุบันนี้เกิดแล้ว |
|
|
2. คนที่ไม่เชื่อในพระเจ้า เชื่อในหลักวิวัฒนาการ |
|
|
3. นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า โลกหลุดมาจากดวงอาทิตย์
|
|
|
4. กำเนิดของโลกและระบบสุริยจักรวาล มีมากว่า 20 ทฤษฎี |
|
|
5. นักวิวัฒนาการพิสูจน์แล้วว่า สิ่งมีชีวิตแรกมากสิ่งไม่มีชีวิต |
|
|
6. กลไกที่ช่วยสนับสนุนหลักวิวัฒนาการ คือ มิวเทชัน
|
|
|
7. สัตว์ที่เกิดจากมิวเทชันข้ามชนิด เป็นหมันและตาย |
|
|
8. การเปลี่ยนแปลงมีอยู่ แต่ว่าเป็นภายในชนิดของมันเอง
|
|
|
9. วัตถุประสงค์ของการสร้างมนุษย์ดึกดำบรรพ์ เพื่อสนับสนุนหลักวิวัฒนาการ |
|
|
10. หลักวิวัฒนาการเป็นแต่ปรัชญา ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ |
|
|
|
|
เติมคำลงในช่องว่าง |
|
|
|
1. ผู้ที่เชื่อในพระเจ้าบอกว่า เป็นผู้ทรงสร้างโลก และจักรวาล |
|
|
2. ม้าผสมพันธุ์กับลาออกลูกมาเป็น |
|
|
3. ล่อจะเป็น
และ ทำให้การสืบพันธุ์ให้เกิดสัตว์ชนิดใหม่ทำไม่ได้
|
|
|
4. ความเป็นคนกำหนดโดยกรรมพันธุ์ที่เรียกว่า
|
|
|
5.หลักวิวัฒนาการขัดกับหลักฟิสิกส์ที่เรียกว่า
|